ทานผักผลไม้ ป้องกันตะคริวได้

ทานผักผลไม้ ป้องกันตะคริวได้


กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชวนกินผักผลไม้ กลุ่มที่มีสรรพคุณต้านตะคริว หลังพบว่าตะคริวเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาการจมน้ำเสียชีวิต

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า ฤดูร้อนจะพบว่ามีการจมน้ำเสียชีวิตบ่อย เนื่องจากการลงเล่นน้ำในแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ถือว่าเป็นวิธีการช่วยดับความร้อนอีกได้วิธีหนึ่ง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2561 ช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 22 มีนาคม 2561 เพียงแค่เดือนกว่าๆ พบเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากถึง 26 ราย ซึ่งสาเหตุของการจมน้ำส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเป็นตะคริวใต้น้ำ อาการตะคริว เป็นการเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดและเป็นก้อนแข็งที่กล้ามเนื้ออย่างฉับพลัน และเป็นอยู่เพียงชั่วขณะก็จะทุเลาลงไปได้เอง อาจเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อส่วนใดๆ ของร่างกาย แต่ที่พบบ่อย เป็นที่กล้ามเนื้อน่องและต้นขา อาจมีอาการขณะกำลังออกกำลังกาย เดิน นั่งพักหรือนอนก็ได้ พบว่าเป็นกันได้ทุกวัย ส่วนตะคริวที่เป็นขณะหลับตอนกลางคืน พบบ่อยในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ สาเหตุการเกิดอาการตะคริวยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป การออกกำลังกายที่ใช้แรงหรือออกกำลังกายติดต่อกันนานๆ เช่น เล่นกีฬา วิ่งทางไกล ว่ายน้ำ หรือ เกิดจากภาวะเกลือแร่ในเลือดต่ำ เช่น โซเดียม โพแตสเซียม แคลเซียม แมกเนเซียม ภาวะการตั้งครรภ์ ร่างกายขาดแคลเซียม หรือ การใช้ยาขยายหลอดลม ยาขับปัสาวะ ก็ส่งผลให้เกิดตะคริวได้

วิธีป้องกันที่ดีคือการเตรียมความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ จัดว่าเป็นความไม่ประมาท ซึ่งทำได้หลายวิธี ในที่นี้จะแนะนำการบริโภคผัก ผลไม้ กลุ่มที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย จะช่วยป้องกันการเป็นตะคริวได้อีกทางหนึ่ง กลุ่มผักผลไม้ที่มีสารโพแทสเซียม แมกนีเซียมและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหอม แคนตาลูป มะเขือเทศ ส้ม รวมถึงผักต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย จะช่วยเสริมเกลือแร่ให้เพียงพอ ลดความเสี่ยงของการจมน้ำเสียชีวิตในหน้าร้อนได้ แต่เมื่อเกิดอาการตะคริวขึ้น การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ การยืดเหยียดบริเวณที่ปวดเป็นก้อน ที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยใช้น้ำมันไพล หรือ สมุนไพรฤทธิ์ร้อน แล้วนวดเบาๆ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้ดี

การรับประทานผลไม้ตามที่แนะนำให้ได้ผลดี ช่วยบำรุงร่างกาย ควรเลือกรับประทาน "กล้วยน้ำว้าห่าม" ที่มีรสฝาดออกหวาน ซึ่งมีโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมสูง มีสรรพคุณช่วยชดเชยการสูญเสียโพแทสเซียมแก่ร่างกาย ซึ่งเป็นเกลือแร่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ กล้วยมีคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งจะถูกย่อยและดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มกากใยที่ช่วยในการขับถ่าย รวมทั้งเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร ควรรับประทานกล้วย วันละ 2-4 ผล เพื่อป้องกันภาวะขาดเกลือแร่จนเป็นสาเหตุของการเป็นตะคริว ไม่แนะนำในกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งต้องควบคุมปริมาณการรับประทาน เพราะฉะนั้นก่อนรับประทานผู้ป่วยเบาหานควรปรึกษาแพทย์  

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 10 เรื่องสั้นเสริมสร้างกำลังใจแข็งแกร่ง

รวมบทความเรื่องสั้นเสริมสร้างกำลังใจ

บทความเรื่องสั้นเสริมสร้างกำลังใจยามท้อ