บำบัดอาการปวดหลังด้วย ผ้าเทปบำบัด
บำบัดอาการปวดหลังด้วย ผ้าเทปบำบัด
สำหรับคนที่มีอาการปวดหลัง จะรู้ว่ามันกวนใจมากเพียงไร ดังนั้น จึงต้องรีบหาทางหยุดอาการปวด ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้ผลและปลอดภัย และสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือใช้ผ้าเทปบำบัด แบบที่นักวิ่งหลายคนเค้าใช้กัน ซึ่งก็จัดว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง วันนี้เรามีข้อมูลที่ควรทราบก่อนที่จะใช้ผ้าเทปบำบัดชนิดนี้มาฝากค่ะ
ประโยชน์ของผ้าเทปบำบัด
ผ้าเทปบำบัด หรือ ผ้าเทปยืดหยุ่นเพื่อการรักษา มักผลิตจากคอตตอนพิเศษ ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น สามารถใช้ติดที่บริเวณผิวหนังได้อย่างง่ายๆ ช่วยบรรเทาอาการปวด อักเสบ และอาการตึง รวมถึง ช่วยเร่งเวลา ในการรักษาอาการปวดได้ และ ช่วยให้การเคลื่อนไหวหลายทิศทางทำได้ดีขึ้น ผ้าเทปบำบัดส่วนใหญ่มีสีให้เลือกหลากหลาย สามารถช่วยลดอาการเครียด และทำให้คุณมองโลกในแง่ดีได้มากขึ้น ในเรื่องอาการปวดที่เป็นอยู่
เทคนิคของผ้าเทปบำบัดสำหรับอาการปวดหลัง
เมื่อปิดเทปบริเวณหลังที่ปวดแล้ว เทปจะช่วยรองรับกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง ซึ่งเทปชนิดนี้ยังช่วยส่งผลต่อการทำงานของเอ็นและข้อต่ออีกด้วย
ผ้าเทปบำบัด สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหลังที่เกิดจากแรงกดทับ หรือ อาการตึง บริเวณกระดูกสันหลังช่วงบั้นเอว มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการแบกรับน้ำหนักร่างกาย แรงกระแทกจากภายนอก และ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ผ้าเทปบำบัดถูกใช้เพื่อปรับกิจกรรมของกล้ามเนื้อ ปรับท่าทางการเคลื่อนไหว จัดตำแหน่งของข้อต่อบริเวณหลังให้ดีขึ้น และช่วยในการไหลเวียนของเลือด และการระบายน้ำเหลือง การใช้ผ้าเทปบำบัดยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังช่วงบั้นเอว มีผลต่ออาการปวดช่วยให้ปวดลดลง
ข้อควรสังเกต เมื่อใช้ผ้าเทปบำบัด
การติดผ้าเทปบำบัด อาจติดเป็นรูปตัว ‘Y’ หรือตัว ‘I’ การติดผ้าเทปบำบัดในรูปตัว ‘Y’ นั้น จะติดบริเวณหลังส่วนล่าง และหางของตัว Y จะอยู่บริเวณเส้นประสาทไซอาติก (sciatic nerve) บริเวณขา ส่วนการติดผ้าเทปบำบัดแบบรูปตัว ‘I’ นั้น ใช้ในกรณีที่คุณโน้มกระดูกสันหลังไปด้านหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ติดผ้าเทปบำบัดให้ และควรพิจารณาระยะเวลาในการใช้ผ้าเทปบำบัด แม้ว่าผ้าเทปนี้จะมีคุณสมบัติกันน้ำ แต่หากว่าใช้อย่างต่อเนื่อง ผ้าเทปก็อาจเกิดการลอกได้ และอาจส่งผลต่อการรักษา จึงควรปรึกษาผู้ทำการบำบัด ถึงความเหมาะสมในการใช้ ปัจจุบันได้มีการใช้ผ้าเทปบำบัดกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่รับรองถึงประสิทธิภาพการรักษา แต่ก็เป็นวิธีที่น่าลอง เนื่องจากมีความสำเร็จในการรักษาแล้วหลายกรณี อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดก่อนใช้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น