วิธีรักษา ปวด โดยไม่ต้องกินยา
วิธีรักษา ปวด โดยไม่ต้องกินยา
พออายุมากขึ้น อาการเจ็บป่วยก็มากขึ้นตามความเสื่อมถอยของร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องอาการปวดต่างๆ นั่งทำงานนานเข้าก็ปวดหัว ปวดคอ บ่า ไหล่ ข้อเข่าเสื่อมหรือน้ำหนักมากเกินไปก็ปวดเข่า แล้วยังปวดเอว ปวดแขน ปวดหลัง ฯลฯ ถ้าจะต้องทานยาแก้ปวดทุกครั้ง คงจะนึกสงสารตับน่าดู ดังนั้น มาลองใช้วิธีคลายปวด ที่ไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดกันดีกว่า ได้ผลแน่นอนด้วยนะ
1. กายบริหาร
การยืดเส้นยืดสายจำเป็นมากถ้าร่างกายมีอาการปวด ไม่ว่าจะปวดที่ คอ บ่า ไหล แขน ขา เข่า หลัง เอว ข้อเท้า ข้อมือ และที่อื่นๆ คุณสามารถหาคลิปวิดีโอตาม YouTube แล้วฝึกตามได้เลย แต่ต้องเลือกที่เหมาะกับวัยหน่อย หลักการบริหารก็คือ การยืดกล้ามเนื้อแต่ละส่วนเพื่อผ่อนคลายมัดกล้ามเนื้อที่ใช้งานมาทั้งวัน อย่างผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ที่ต้องเกร็งไหล่ เกร็งแขน และข้อมือตลอดเวลาโดยไม่รู้สึกว่าเกร็ง ยิ่งมีก้มคอมองจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงด้วยแล้ว ควรยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
เลือกทำกายบริหารที่เน้นการยืด-คลายกล้ามเนื้อ เริ่มจากช้าไปเร็ว ควรวอล์มอัพร่างกายก่อนเริ่มทำกายบริหารด้วย เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อฉีกขาดจากการออกกำลังกายทันที
2. โยคะ
สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดการบริหารร่างกายแบบให้เลือดสูบฉีด โยคะดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ลดแรงกระแทก แต่ก็ได้กล้ามเนื้อมาไม่ใช่เล่น เสียทั้งเหงื่อ และเหนื่อยมากกว่าที่คิด โยคะก็ยังมีความดีตรงนี้แหละ แล้วยังสามารถเลือกท่าโยคะได้ว่า อยากจะลดอาการปวดเมื่อยตรงจุดไหนเป็นพิเศษ เพื่อลดอาการเจ็บปวดเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อทำเป็นประจำ อาการปวดเมื่อยที่เป็นก็จะลดลง และหายไปเอง เพราะกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้งานหนักนั้นแข็งแรงขึ้น สามารถใช้งานได้มากขึ้นโดยไม่ปวดเมื่อยเหมือนเดิมนั่นเอง
3. นวด หรือฝังเข็ม
อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวจะหายทันทีหากได้นวดตามแพทย์แผนไทย หรือฝังเข็มจากแพทย์แผนจีน วิธีนี้เหล่าบรรดาคนที่ทำงานหนักมักใช้ผ่อนคลายทันที ในช่วงเวลาที่จำกัด การนวด และการฝังเข็มยังช่วยคลายเครียดไปพร้อมกับการคลายกล้ามเนื้อไปด้วย แล้วการนวด และการฝังเข็มยังสามารถระบุกล้ามเนื้อส่วนที่ต้องการผ่อนคลายเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถใช้รักษาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน รักษาอาการปวดเข่า และปวดตามจุดอื่นๆ ได้อีกด้วย
ข้อควรระวังก็คือหากเลือกใช้บริการในสถานที่ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน อาจส่งผลอันตรายให้เกิดอาการเจ็บปวดมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ควรเลือกใช้บริการนวด หรือฝังเข็มจากสถานบริการที่ที่เชื่อถือได้ ได้รับการยอมรับในมาตรฐานของการให้บริการ ได้รับการตรวจเช็กจากสาธารณสุข รวมถึงได้รับใบอนุญาตในการเปิดร้านอย่างถูกต้อง พนักงาน และแพทย์ที่ให้การรักษามีใบประกอบโรคศิลป์ครบถ้วน และถูกต้อง
4. จิตบำบัด
นอกจากร่างกายแล้ว จิตใจก็ต้องได้รับการบำบัดและเยียวยาด้วย คำกล่าวที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ยังคงเป็นจริง หากร่างกายเจ็บปวดมากพออยู่แล้ว หากจิตใจยังมีความเศร้า ความเครียดสะสมเข้าไปอีก ความรู้สึกเจ็บปวดจะทำให้เราทรมานจากอาการเจ็บปวดทางกายหนักขึ้นไปอีก
แท้จริงแล้ว การบำบัดจิตใจไม่ได้ช่วยให้อาการเจ็บปวดของร่างกายลดลงโดยตรง แต่เป็นการลดความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจากอาการเจ็บปวดทางกายมากกว่า การบำบัดจิตใจจะช่วยให้เราลดการคิดในแง่ร้ายลง และคิดบวกมากขึ้น หันมารู้สึกถึงสภาพร่างกายที่ค่อยๆ ดีขึ้น อาการเจ็บปวดลดลงอย่างช้าๆ จะช่วยให้รู้สึกดีต่อตัวเองมากขึ้น และมีกำลังใจต่อสู้กับอาการเจ็บปวดต่างๆ ได้มากขึ้นนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ไม่สามารถรักษาอาการเจ็บปวด ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ การอักเสบรุนแรง ดังนั้นหากมีอาการเจ็บปวดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อย่าปล่อยให้มีอาการปวดรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อการรักษาอย่างถูกวิธีจะเป็นการดีที่สุด ส่วนวิธีเสริมเหล่านี้ค่อยใช้เมื่อแพทย์ยืนยันว่าสามารถใช้ได้แล้วเท่านั้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น