ระวัง!! ต้อหิน ไม่มีสัญญาณเตือน เป็นแล้วถึงขั้นตาบอด
ระวัง!! ต้อหิน ไม่มีสัญญาณเตือน เป็นแล้วถึงขั้นตาบอด
โรคต้อหิน หนึ่งในปัญหาดวงตา ที่อาจส่งผลร้ายแรง ถึงขั้นตาบอด และสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ ต้อหินนั้นไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และหากเป็นแล้ว ไ ม่ ไ ด้ รั บ ก า ร รั ก ษ า ก็ไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ดีดังเดิม
พญ.เกศรินท์ เกียรติเสวี จักษุแพทย์โรคต้อหิน โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคต้อหิน เป็นโรคพบได้ ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 60-70 ปี ข้ อ มู ล จ า ก ช ม ร ม ต้ อ หิ น แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ระบุว่า ในปี 2560 มีผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก มากกว่า 65 ล้านคน แ ล ะ ค า ด ก า ร ณ์ ว่ า จะเพิ่มขึ้นถึง 76 ล้านคนในปี 2020 หรือพ.ศ. 2563 ที่ น่ า ส น ใ จ คื อ แนวโน้มผู้ป่วยโรคต้อหิน แบบเฉียบพลัน มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ต้อหินเป็นโรคความเสื่อมของขั้วประสาทตา ที่ ทำ ใ ห้ สู ญ เ สี ย ก า ร ม อ ง เ ห็ น ซึ่งผู้ป่วยมักไม่ทราบว่า ตนเองป่วยด้วยโรคนี้ เพราะ ไ ม่ มี อ า ก า ร บ อ ก ล่ ว ง ห น้ า
โรคต้อหิน มีกี่ชนิด?
ชนิดของโรคต้อหินแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
- ต้อหินปฐมภูมิ (Secondary Glaucoma) ได้แก่ ชนิดมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) แบ่งเป็น ค ว า ม ดั น ต า ป ก ติ และ ค ว า ม ดั น สู ง และ ชนิดมุมปิด (Primary Angle-Closure Glaucoma) แบ่งเป็น ต้อหินชนิดเฉียบพลัน และ ต้อหินชนิดเรื้อรัง
- ต้อหินทุติยภูมิ (Secondary Glaucoma) เ ป็ น ผ ล ม า จ า ก ส า เ ห ตุ อื่ น ๆ เช่น อุบัติเหตุทางตา เบาหวานขึ้นจอตา
- ต้อหินแต่กำเนิด (Congenital Glaucoma) พบในเด็กแรกคลอด - 3 ปี ม า จ า ก พั น ธุ ก ร ร ม หรือ สาเหตุอื่นๆ ปั จ จั ย เ สี่ ย ง ที่ ทำ ใ ห้ เ กิ ด โ ร ค ต้ อ หิ น ได้แก่ กลุ่มคนที่ใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์มาเป็นเวลานานๆ เกิดอุบัติเหตุกับดวงตา เช่น การกระทบกระแทกแรงๆ ที่บริเวณดวงตา และ เ กิ ด ไ ด้ จ า ก พั น ธุ ก ร ร ม มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหินมาก่อน
อาการของโรคต้อหิน
อาการของโรคต้อหิน ปวดตา น้ำตาไหล ตามัวลง เ ห็ น รุ้ ง ร อ บ ด ว ง ไ ฟ และ หากเป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ซึ่งพบในผู้หญิงแถบเอเชียค่อนข้างมาก ความรุนแรงของโรค สำ ห รั บ ผู้ ป่ ว ย ที่ เ ป็ น โ ร ค ต้ อ หิ น คื อ ไม่สามารถรักษาแล้วหายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการไม่ให้แย่ลง ไ ป ก ว่ า เ ดิ ม ไ ด้ โดยคนไข้จะต้องมาพบจักษุแพทย์ทุกๆ 3 เดือน ที่ สำ คั ญ ห า ก พ บ ว่ า โรคนี้เป็นแล้ว ควรรีบมารักษาโดยเร็วไม่ปล่อยทิ้งไว้ เ พ ร า ะ อ า จ ร้ า ย แ ร ง ถึ ง ขั้ น ต า บ อ ด ไ ด้
วิธีรักษาโรคต้อหิน
การรักษาโรคต้อหินมี 3 วิ ธี ก า ร ห ลั ก ๆ ได้แก่
- การใช้ยา ได้แก่ ยาหยอดตา ยารับประทาน และยาฉีด ซึ่ ง จั ก ษุ แ พ ท ย์ จ ะ รั ก ษ า ทีละขั้นตอน แล้วดูผลการตอบสนองต่อการรักษาอย่างใกล้ชิด
- เลเซอร์ ขึ้นอยู่กับชนิดต้อหิน ใ ช้ เ ว ล า รั ก ษ า เ พี ย ง ไ ม่ น า น ส่วนใหญ่มักมีการให้ยาควบคู่ไปด้วยกัน
- การผ่าตัด วิธีนี้จะใช้เมื่อผู้ป่วยรักษาด้วยยา และ เลเซอร์ แล้วไม่ได้ผล โ ด ย ก า ร ผ่ า ตั ด ขึ้ น กั บ ช นิ ด และ ความรุนแรงของต้อหิน สิ่ ง สำ คั ญ ที่ ต้ อ ง ทำ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ คื อ การผ่าตัดรักษาต้อหินเป็นไปเพื่อ ลดความดันตา ไม่ใช่ การผ่าตัดต้อออกไป แล้วหายขาด เพราะต้อหินเมื่อเป็นแล้ว ทำ ไ ด้ ดี ที่ สุ ด คื อ ควบคุมอาการไม่ให้แย่ไปกว่าเดิม
ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยโรคต้อหิน จึ ง มี ค ว า ม สำ คั ญ เพราะโรคนี้ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ปัจจุบันพบโรคต้อหินในคนที่อายุ 30 กว่าๆ เพิ่มขึ้น ซึ่ ง บ่ ง บ อ ก ว่ า ใ น อ น า ค ต คนที่เป็นโรคนี้ จะมีอายุน้อยลง ดังนั้น ห า ก ใ ค ร ที่ มี ป ร ะ วั ติ เ สี่ ย ง หรือ สงสัยว่าจะเป็นโรค ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตา โดยเร็ว แต่สำหรับคนทั่วไป แนะนำให้ตรวจช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งการตรวจต้อหินในปัจจุบัน จ ะ ส า ม า ร ถ ท ร า บ ผ ล ไ ด้ ทั น ที ด้วยการตรวจอย่างละเอียด โดยเครื่องสแกนวิเคราะห์จอประสาทตาและขั้วประสาทตา (Optical Coherence Tomography) และเครื่องตรวจลานสายตา (Computerized Static Perimetry) ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคต้อหิน ไ ด้ อ ย่ า ง ชั ด เ จ น
ในยุคที่สมาร์ทโฟนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ข อ ง ชี วิ ต ป ร ะ จำ วั น ไ ป แ ล้ ว นั้ น หากต้องใช้งาน ในตอนกลางคืน ควรเปิดไฟให้สว่าง เพื่อช่วยให้สบายตา และทุกๆ 20 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง ค ว ร พั ก ส า ย ต า ป ร ะ ม า ณ 20 วิ น า ที ถึงครึ่งนาที และหยอดน้ำตาเทียม แบบไม่มีสารกันเสีย เพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ที่สำคัญควรหมั่นตรวจเช็กดวงตา กับจักษุแพทย์ อ ย่ า ง ใ ก ล้ ชิ ด เ พื่ อ รั บ มื อ โ ร ค ต้ อ หิ น ไ ด้ ทั น ท่ ว ง ที

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น