ลองม๊ะ!! เผายา ตามตำรับ ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
ลองม๊ะ!! เผายา ตามตำรับ ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง
ละครเรื่อง “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ทั้งสนุกสนาน แล้วยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนโบราณของไทยเอาไว้เพียบ ล้วนมีความน่าสนใจทั้งสิ้น ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่มาจาก อาจารย์แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (ที่ปรึกษาผู้จัดละครทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ด้านวิชาการแพทย์แผนไทย) เราจึงอดไม่ได้ที่จะนำความรู้อันมีคุณค่ามามอบให้ FC ของเราค่ะ
เกร็ดความรู้เรื่องแพทย์แผนไทย
เวชปฏิบัติเผายา
เวชปฏิบัติเผายา เป็นศาสตร์การเผาเครื่องยาร้อน มีมานานเท่าใด ไม่มีหลักฐาน เอกสาร ปรากฏชัดเจน แต่ทำสืบกันมา โดยมาก ใ น ก ลุ่ ม ห ม อ เ มื อ ง พื้ น บ้ า น ท า ง ภ า ค เ ห นื อ แ ล ะ ท า ง ภ า ค อี ส า น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เช่น เชียงราย เชียงใหม่ เป็นต้น
ทางภาคเหนือของประเทศนั้น อยู่ในเขตสมุฏฐานเตโช ใกล้กับแสงพระอาทิตย์ มากกว่าทางที่ราบลุ่ม และมักมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าอีกด้วย จึ ง มั ก ใ ช้ ค ว า ม ร้ อ น จ า ก ก า ร เ ผ า ย า เ พื่ อ ก ร ะ จ า ย ก อ ง ล ม ที่ อั ด อั้ น อ ยู่ ต ร ง บ ริ เ ว ณ ที่ มี อ า ก า ร และเพื่อจุดไฟธาตุยามอากาศเข้าหนาวเข้าเย็น เป็นภูมิรู้คิดที่ประดิษฐ์ขึ้น ให้ถูกกับอาการอันเกิดแต่สภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ
ประโยชน์ของการเผายา
- ใช้กับอาการหนาวเนื้อเข้ากระดูก
- ลดอาการขัดแข้งขัดขาปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว
- ลมเหน็บชาตะคริว
- ช่วยลดอาการท้องอืดเฟ้อเรอเปรี้ยว
- ช่วยจุดไฟธาตุในการย่อยอาหาร
- ช่วยบรรเทาอาการลมเสียดเข้าสะโพก ปวดหลัง ปวดเจ็บที่หัวเข่า ฯลฯ
กลไกการบำบัดด้วยการเผายา
ใช้ความร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสม ร่วมกับเครื่องยาที่มีรสร้อน เข้าไปบำบัดตรงบริเวณที่เกิดอาการตรงๆ ในศาสตร์วิชานั้น ก็ เ พื่ อ ก ร ะ จ า ย เ สี ย ซึ่ ง ก อ ง ล ม ที่ พั ด พ า ไ ห ล เ วี ย น ไ ม่ ส ะ ด ว ก นั้ น ใ ห้ เ ค ลื่ อ น ไ ป ทำให้โลหิตเข้าไปหล่อเลี้ยงได้ดียิ่งขึ้น ตลอดถึงทำให้ธาตุดินในบริเวณนั้นอ่อนตัวลง ที่ตึงขมึงอยู่จะผ่อนตาม
ข้อควรระวังของการเผายา
การหัตถการนี้ กระทำโดยผู้ผ่านการฝึกฝน ผ่านการเรียนรู้จากครูบาอาจารย์มาแล้วเท่านั้น และมักกระทำโดยหมอยา มิใช่ผู้อื่นใดจะกระทำได้เป็นทั่วไป เหตุเพราะต้องใช้ไฟ ใ น ก า ร หั ต ถ ก า ร จำ ต้ อ ง มี ค ว า ม ร ะ วั ง ไ ว้ เ ป็ น พื้ น ฐ า น ซึ่งถ้าปฏิบัติอย่างระมัดระวังไม่ประมาทแล้วไซร้ หัตถการนี้ มีคุณเพื่อการบำบัดยิ่งนัก
การนัตถ์ยา
การเป่ายา การนัตถ์ยา เป็นเวชวิธีที่แพทย์แผนไทยพึงทำให้เป็น ก า ร ก ว า ด ย า แ ล ะ ก า ร เ ป่ า ย า นั้ น นับได้ว่า เ ป็ น อั ต ลั ก ษ ณ์ ห นึ่ ง ข อ ง แ พ ท ย์ แ ผ น ไ ท ย นัตถ์มักใช้สำหรับอาการทางลม เช่น อาการลมตีขึ้นบน และ กวาด มักใช้กับอาการทางน้ำ เช่น อาการทางศอเสลด เป็นต้น
เวชวิธีนัตถ์ยานี้ ใช้แรงลมจากปากหมอเป่า หรือนัตถ์เครื่องยาให้คนไข้ แ พ ท ย์ ต้ อ ง ฝึ ก ใ ช้ แ ร ง ล ม เ ป่ า ใ ห้ เ ป็ น เ สี ย ก่ อ น ในละครใช้ปล้องต้นอ้อเป็นเครื่องเป่า
1. ลดอาการลมตีขึ้นเบื้องบน เช่น ปวดหัวบ่อยครั้ง ชอบวิงเวียนหน้ามืด มึนงงในศีรษะ
เวชวิธีนัตถ์ยานี้ ใช้แรงลมจากปากหมอเป่า หรือนัตถ์เครื่องยาให้คนไข้ แ พ ท ย์ ต้ อ ง ฝึ ก ใ ช้ แ ร ง ล ม เ ป่ า ใ ห้ เ ป็ น เ สี ย ก่ อ น ในละครใช้ปล้องต้นอ้อเป็นเครื่องเป่า
ประโยชน์ของการพอกยาเย็น
การพอกยารสประธานเย็น เครื่องยาสำรับเย็น เถาบอระเพ็ด ลูกกระดอม ใบสะเดา ใบฟ้าทะลายโจร และใบย่านาง ใ ช้ ฤ ท ธิ์ เ ย็ น แ ล ะ ส ร ร พ คุ ณ ข อ ง เ ค รื่ อ ง ย า เข้าไปลดกำเดาในบริเวณที่เกิดอาการนั้น ลดอาการบวมอักเสบภายในได้ ใช้เพื่อ นำลมตีขึ้นเบื้องบน ให้ลงล่าง เป็นต้น
เวชปฏิบัติพอกยาเย็น
1. ลดอาการลมตีขึ้นเบื้องบน เช่น ปวดหัวบ่อยครั้ง ชอบวิงเวียนหน้ามืด มึนงงในศีรษะ
2. ลดอาการปวดลมปะกัง (ไมเกรน)
3. ลดอาการตาพร่าตามัว ลดความร้อน เพื่อลดลมอันดันออกลูกตา
4. ลดอาการลมแน่นเข้าอก เข้าคอ จากความร้อน
5. ลดภาวะบวมอักเสบ เช่น ปวดบวมกล้ามเนื้อ ตึงคอบ่าไหล่อย่างมาก จนเกิดอาการบวมแดง รวมถึงอาการปวดหัวเข่า จากภาวะน้ำเลี้ยงรอบเข่าแห้ง เป็นต้น
6. ช่วยลดการหลั่งน้ำย่อยที่มากเกิน ในผู้ไข้ที่มีอาการเรอเหม็นเปรี้ยว (กรดไหลย้อน)
7. ลดพิษปิตตะ พิษวาตะ พิษเสมหะ ได้
8. ลดกำเดาภายในกาย ทำให้เย็นตัวลง อันมีเหตุมาจากตับร้อน ตับแลบ ตับหย่อน นำพิษความร้อนออกจากระบบตับ
สูตรยาตามแพทย์แผนไทยโบราณ เพื่อรักษาอาการของโรคต่างๆ
ยาทำให้สำรอก
สารส้มเขียว (น้ำสารส้มย่างแตงกวา) ทำให้คลื่นไส้อาเจียน
โลดทะนงแดง (ช่วยถอนพิษคนกินยาเบื่อยาเมา) เมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์ (ถือเป็นเครื่องรางของขลัง) ส อ ง สิ่ ง นี้ นำ ต้ ม น้ำ ใ ช้ น้ำ ส า ร ส้ ม เ ขี ย ว แ ท ร ก ใช้ทานให้สำรอก
ยารักษาโรคงูสวัด
งูตวัด หรือ งูสวัด ใช้พิกัดห้ารากกระทุ้งพิษเสียก่อน ด้วยรากย่านาง รากคนทา รากเท้ายายม่อย รากชิงชี่ และ รากมะเดื่อชุมพร
จากนั้น ตั้งยาประสะผิว เปลือกทองหลางใบมน แ ก้ พิ ษ ฝี พิ ษ อั ก เ ส บ พิ ษ ร้ อ น ภ า ย ใ น ส่วนดินประสิวสะตุ รสเมาเบื่อช่วยถอนพิษ ตำกับข้าวสารใช้ประสะผิว และให้ทานพร้อมตำรับยา "กล่อมนางนอน" เพื่อดูแลระบบยกนัง (ตับ) มาขับโรค รับทานยาเขียวหอม พ ร้ อ ม ย า บำ รุ ง เ ลื อ ด ก่ อ น น อ น เพื่อให้เลือดแข็งแรง และไม่หนืดข้นเกินไป
ยารักษาโรคไข้ป่า
ใช้เวชปฏิบัติกำยา เวชวิธีการกำยานั้น ถ้าเป็นหญิง ให้กำด้วยมือซ้าย แล้วพอกยาที่เท้าขวา ถ้าเป็นชาย กำด้วยมือขวา แล้วพอกไปที่เท้าซ้าย (ว ง จ ร ท า ง เ ดิ น ข อ ง พ ลั ง ง า น ต รี ธ า ตุ นั้ น หญิงซ้าย ชายขวาดุจดังแววหางนกยูง ตามพระคัมภีร์ปฐมจินดา ท่านกล่าว)
ให้ตำใบคราม รวมกับข้าวเจ้าหุงจนนัวเข้ากัน แล้วปั้นให้คนไข้กำในมือ และพอกที่เท้า พร้อมกันไป กำพอกค้างไว้ ถ้ า แ ห้ ง เ พ ร า ะ ค ว า ม ร้ อ น ที่ ถู ก ดู ด อ อ ก ม า ก็ให้เปลี่ยนยาใหม่เรื่อยๆ ถ้าทานยาได้ ให้ต้มใบคราม จิบบ่อยๆ ไ ข้ ยิ่ ง ล ง ไ ว จากนั้น ต้มน้ำข้าวเจือน้ำผึ้ง ช่ ว ย ใ ห้ มี แ ร ง ว า ง ย า ห อ ม น ว โ ก ฐ แ ก้ ล ม ป ล า ย ไ ข้
ฝนยาแก้ไข้ไอ
นำน้ำมะนาว เถาบอระเพ็ด แทรกเกลือหนึ่งรำหัด ใ ช้ ก ว า ด ค อ เ ด็ ก แ ก้ ไ อ แ ก้ ไ ข้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น