สรรพคุณทางยาแน่น!! ผลไม้เปรี้ยวจี๊ด มะม่วงหาวมะนาวโห่
สรรพคุณทางยาแน่น!! ผลไม้เปรี้ยวจี๊ด มะม่วงหาวมะนาวโห่
ในบ้านเรามีผลไม้ที่ให้สรรพคุณทางยาอยู่หลากหลายชนิด แต่มีชนิดหนึ่งที่แค่ชื่อเรียกก็สะดุดหูแล้ว นั่นคือ ‘มะม่วงหาว มะนาวโห่’ หลายคนพอได้ยินชื่อนี้ก็สงสัยว่า สรุปแล้วมันเป็นมะม่วง หรือเป็นมะนาวกันแน่ แล้วทำไมถึงต้องทั้งหาวทั้งร้องโห่ แต่จริงๆ แล้ว เจ้าผลไม้ชนิดนี้ไม่ได้เป็นทั้งมะม่วงและมะนาวอย่างชื่อที่เรียก ที่มาของชื่อนี้ตั้งโดยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร โดยสาเหตุที่ตั้งชื่อนี้ ก็เพียงเพื่อให้คล้องกับชื่อผลไม้ในวรรณคดี เรื่อง นางสิบสอง ตอน พระรถเมรี ที่ตอนหนึ่งของเรื่อง ได้เล่าถึงผลไม้สดที่มีรสชาติเปรี้ยวจัด ขนาดคนที่ง่วงนอนยังรู้สึกกระชุ่มกระชวยและตื่นตัวขึ้นมาในทันทีทันใด
ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มะม่วงหาว มะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ยอดนิยมที่ถูกจับตามอง มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่’ พอเรียกสั้นๆ ก็ติดปากกันมากกว่า เป็นผลไม้ที่ได้รับความสนใจจากผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะทางการแพทย์ได้ทำวิจัยแล้วพบว่า มีสรรพคุณทางยามากถึง 50 ประการ หากว่านำไปใช้รักษาโรค หรือรับประทานควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน ก็จะได้ผลดีมากยิ่งขึ้น
คุณสมบัติสำคัญของ ‘มะม่วงหาว มะนาวโห่’ เป็นเรื่องของการป้องกันมะเร็ง เพราะในผลไม้ชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงชะลอการแก่ก่อนวัย ช่วยบำรุงโลหิต ป้องกันโรคหัวใจ ขยายหลอดเลือด รักษาปอด รวมถึงช่วยบรรเทาอาการถุงลมโป่งพองให้ดีขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมถึงเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยม ขนาดว่าต้องเสาะหาซื้อมารับประทาน ตลอดจนถึงกับหามาปลูกไว้เป็นไม้ประดับภายในบริเวณบ้าน
ผู้ที่นิยมสมุนไพรได้ให้ความรู้เพิ่มเติมกับเรามาว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จาก ‘มะม่วงหาว มะนาวโห่’ ได้ทุกส่วนของลำต้น มีคนส่วนน้อยที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว มะม่วงหาว มะนาวโห่ นั้นเป็นคนละต้น คนละสายพันธุ์ หรือ เป็นพืชคนละชนิดกัน โดย ‘มะม่วงหาว’ ก็คือ มะม่วงหิมพานต์ ส่วน ‘มะนาวโห่’ ก็คือ หนามแดง ซึ่งพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ก็มีสรรพคุณแน่นเอียด และช่วยบำรุงร่างกายได้ดีไม่แพ้กัน เพื่อให้ความกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้นไปอีก เราก็มีข้อมูลจาก องค์กรสวนพฤกษาศาสตร์ มาอธิบายถึงความแตกต่างของพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ ...
มะม่วงหาว
‘มะม่วงหาว’ มีชื่อเรียกจริงๆ คือ ‘มะม่วงหิมพานต์’ เป็นต้นไม้ขนาดกลาง มีความสูงได้ถึง 10 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นลักษณะช่อหลวมๆ มีสีแดงอมม่วง หรือ สีครีม ดอกมีกลิ่นหอมเอียนๆ ในแต่ละดอกมี 5 กลีบ พอดอกแก่ ฐานรองดอกจะขยายใหญ่ขึ้น มีลักษณะคล้ายกับดอกชมพู่ ยาวประมาณ 6 - 7 เซนติเมตร มีสีเหลืองอมชมพู พอแก่จัดก็จะมีกลิ่นหอม มีเมล็ด 1 เมล็ดติดอยู่ที่ส่วนปลาย มีเปลือกแข็งหุ้ม มีสีน้ำตาลอมเทา เรียก ‘เม็ดมะม่วงหิมพานต์’
สรรพคุณทางยา ของ มะม่วงหาว
- ผล : แก้โรคลักปิดลักเปิด ช่วยฆ่าเชื้อ ช่วยขับปัสสาวะ อีกทั้งยังฟอกดับพิษ
- เมล็ด : แก้ตาปลา แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน แก้เนื้องอก บำรุงผิวหนัง บำรุงเส้นเอ็น บำรุงไขข้อ บำรุงกระดูก ไปจนกระทั่งถึงช่วยในการบำรุงกำลัง
- เปลือก : ช่วยในเรื่องการขับน้ำเหลืองเสีย แก้กามโรค แก้อาการท้องเสีย แก้บิด แก้ปวดฟัน ฟอกดับพิษ สามารถนำเมล็ดไปทำเป็นยาอมเพื่อรักษาแผลในปากได้อีกด้วย
- ยอดอ่อน : ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวาร
- น้ำมัน : ใช้ฆ่าเชื้อ เป็นยาชา กัดหูด แก้ตาปลา ใช้รักษาโรคเรื้อน แก้บาดแผลที่เน่าเปื่อย
- ยาง : ใช้แก้อาการเลือดออกตามไรฟัน ช่วยทำลายตาปลา โดยให้ยางเข้าไปเป็นตัวช่วยกัดทำลายเนื้อด้านในที่เป็นปุ่มโต รักษาหูด รักษาแผลเนื้องอก รักษากลาก โรคเท้าช้าง
50 สรรพคุณทางยา ของ มะม่วงหาว
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องชะลอวัยและลดริ้วรอย (ผล)
- เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย (ผล)
- มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน (ผล)
- ช่วยขยายหลอดเลือดและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ (ผล)
- มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง (ผล)
- มีส่วนในการรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีธาตุเหล็ก (ผล)
- มีส่วนช่วยในการรักษาโรคโลหิตจาง (ผล)
- ช่วยรักษาโรคปอด (ผล)
- ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองที่เกิดจากการสูบบุหรี่ (ผล)
- ช่วยรักษาโรคไต (ผล)
- บรรเทาอาการโรคตับ อาทิ โรคตับแข็ง (ผล)
- ช่วยรักษาโรคเกาต์ (ผล)
- ช่วยรักษาและบรรเทาอาการโรคไทรอยด์ (ผล)
- ช่วยป้องกันโรคไหลตาย (ผล)
- มีส่วนช่วยบรรเทาอาการโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ชาตามมือตามเท้า (ผล)
- ช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ (ผล)
- ช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ (ผล)
- ช่วยขับเสมหะ (ผล)
- มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน (ผล)
- ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังช่วยสมานแผลที่เกิดในช่องปาก (ผล)
- ช่วยขับปัสสาวะ (ผล)
- ช่วยฆ่าเชื้อ (ผล)
- ช่วยในการสมานแผล (ผล , ยาง)
- ใช้พอกดับผิษ (ผล)
- ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ (ผล)
- ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง (แก่น)
- แก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า (เนื้อไม้)
- ช่วยให้เจริญอาหาร (ราก)
- ในประเทศบังคลาเทศนิยมใช้ใบในการรักษาโรคลมชัก (ใบ)
- ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้)
- ช่วยบำรุงธาตุ (ราก, แก่น, เนื้อไม้)
- ช่วยบำรุงไขมันในร่างกาย (แก่น, เนื้อไม้)
- รักษาไข้ รวมถึงไข้มาลาเรีย (ราก, ใบ)
- ช่วยดับพิษร้อน (ราก)
- บรรเทาอาการเจ็บคอ เจ็บในปาก (ใบ)
- แก้อาการปวดหู (ใบ)
- ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร (ราก)
- แก้อาการท้องเสีย (ใบ)
- ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ)
- ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร (ยอดอ่อน)
- ช่วยขับพยาธิ (ราก)
- ช่วยรักษาโรคเท้าช้าง (น้ำยาง)
- ใช้รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง (เปลือกต้น)
- ช่วยแก้อาการคัน (ราก)
- ในประเทศอินเดียนิยมใช้รากเพื่อรักษาแผลที่เกิดจากเบาหวาน (ราก)
- แก้กลากเกลื้อน (เมล็ด , น้ำยาง)
- แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน (เมล็ด)
- ช่วยรักษาแผลเนื้องอก (น้ำยาง)
- ช่วยรักษาหูด (น้ำยาง)
- ช่วยทำลายตาปลาและช่วยกัดทำลายเนื้อด้านในที่เป็นปุ่มโต (น้ำยาง)
มะนาวโห่
‘มะนาวโห่’ หรือชื่อจริงว่า ‘หนามแดง’ เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก หรือเรียกไม้พุ่มรอเลื้อยก็ได้ สูงเพียง 5 เมตร มียางสีขาว มีใบเดี่ยว ออกดอกเป็นช่อยาว กลีบดอกสีชมพู หรือ สีขาว ออกผลเป็นรูปไข่สีแดงชมพู หรือดำ
สรรพคุณทางยา ของ มะนาวโห่
- ผล : ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน
- ใบ : ช่วยแก้อาการเจ็บในปาก เจ็บคอ แก้ท้องเสีย อาการปวดแก้วหู หรือ แม้แต่แก้ไข้
- แก่น : ช่วยบำรุงไขมันในร่างกาย บำรุงธาตุ ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง
- เนื้อไม้ : ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย ทั้งยังช่วยบำรุงไขมันในร่างกาย
- ราก : บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร แก้อาการคัน ช่วยขับพยาธิ ดับพิษร้อน ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร และยังใช้แก้ไข้ได้อีกด้วย
หากมองย้อนกลับไป ที่บรรดาคนที่รักสุขภาพรู้จัก ‘มะม่วงหาว มะนาวโห่’ กันในวงกว้าง น่าจะหมายถึงผลของ ‘มะนาวโห่’ หรือ ผลของ ‘หนามแดง’ มากกว่า เพราะว่ามีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย มะนาวโห่เป็นพืชที่ดูแลง่าย ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน แล้วในแต่ละระยะของการออกผล ก็ให้สีที่แตกต่างกัน บางบ้านปลูกเป็นไม้ประดับ สำหรับผลที่นำมารับประทาน จะต้องเป็นผลที่มีสีดำ มีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน ทานแล้วสดชื่น กระชุ่มกระชวย อีกทั้งยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น