รู้หรือไม่!! ยืน เดิน นั่น นอน ผิดท่า ก็เป็นโรคได้
รู้หรือไม่!! ยืน เดิน นั่น นอน ผิดท่า ก็เป็นโรคได้
ในชีวิตประจำวัน คุณยืน เดิน นั่ง นอน ในท่าที่ถูกต้องแล้วหรือยัง? ท่าที่เรา อาจไม่ค่อยให้ความสนใจ และ ความสำคัญ กันนัก ท่าเหล่านี้ เป็นท่าที่ ทำจนกลายเป็นความคุ้นชิน หากทำอย่างไม่มีสติ ก็นำมาซึ่งปัญหาได้ เช่น นอนคุดคู้ ยืนพักขา นั่งหลังค่อม ซึ่งคิดว่า เป็นท่าที่ ทำแล้วสบายผ่อนคลาย แ ต่ เ มื่ อ ทำ ไ ป น า น ๆ อ า ก า ร ป ว ด เ มื่ อ ย ล้ า จ า ก ก า ร ยื น เ ดิ น นั่ ง น อ น ที่ ไ ม่ ถู ก ท่ า จะส่งผลกระทบ ต่อระบบโครงสร้างร่างกาย อาจนำมาซึ่ง โรคต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังคด กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง กระดูกคอเสื่อม ปวดไหล่/ไหล่ติด ชามือ เป็นต้น
เพียงใส่ใจท่าเหล่านี้สักนิด นอกจาก จะทำให้บุคลิกดีแล้ว ยังลดอาการปวดเมื่อย ได้อย่างเหลือเชื่อ คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ ผู้จัดการคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้แนะนำว่า ใ น ก า ร ใ ช้ ชี วิ ต ป ร ะ จำ วั น ข อ ง ค น เ ร า มักหนีไม่พ้น อิริยาบถ ยืน เดิน นั่งและนอน และ ท่าทางเหล่านี้ มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ โ ค ร ง ส ร้ า ง ร่ า ง ก า ย เ ป็ น อ ย่า ง ม า ก การอยู่ในท่าทาง ที่ผิด จะเกิดการสะสมความผิดปกติ ให้กับร่างกาย และ ก่อทำให้เกิด โรค ได้ในที่สุด จึงจำเป็น ที่ต้องตระหนัก ถึงการอยู่ ในอิริยาบถ ที่ถูกต้อง ในทุกขณะ เมื่อนึกได้ ซี่งจะขอกล่าวเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้
1. การยืน การยืนที่ถูกวิธีนั้น สำคัญที่สุด ต้องอาศัยการทำอย่างมีสติ ค่อยๆ ฝึกฝน ให้เกิดความคุ้นชิน อย่างถูกต้อง เ ริ่ ม ต้ น จ า ก ก า ง เ ท้ า ส อ ง ข้ า ง ใ ห้ อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ เ ดี ย ว กั น กั บ ส ะ โ พ ก ปลายเท้าทั้งสองข้าง ชี้ไปทางด้านหน้า การลงน้ำหนัก ให้ลงฝ่าเท้า ทั้งสองข้าง เท่า ๆ กัน โดยน้ำหนัก จะลงด้านนอก ของฝ่าเท้า ดังรูป
เข่า สองข้างเหยียดตรง ไม่แอ่นมาก จนเกินไป
สะโพก ให้ยืนขมิบก้นเล็กน้อย พร้อมกับ แขม่วท้อง
ลำตัวและสะบัก ลำตัวยืดตรง ดึงสะบัก ผายหัวไหล่ไปด้านหลัง เล็กน้อย การทดสอบว่า เรายืด หรือ ดึงสะบัก มากไปหรือไม่ ใ ห้ ล อ ง ดึ ง ส ะ บั ก ผ ลั ก หั ว ไ ห ล่ ไ ป ด้ า น ห ลั ง ใ ห้ เ ต็ ม ที่ แล้ว ปล่อยกลับ ครึ่งหนึ่ง นั่นคือ การดึงสะบัก และ ผลักหัวไหล่ ที่พอดี สำหรับตัวเรา ซึ่งไม่เกร็งเกินไป ค้างไว้ท่านี้ตลอดเวลา ที่นึกได้
2. ท่านั่ง ต้องเลื่อนก้น ให้ชิดพนักพิง เวลานั่งเก้าอี้ เข่าต้องอยู่ระดับเดียวกัน กับสะโพก หรือ ต้องต่ำกว่า เล็กน้อย เ ท้ า ว า ง กั บ พื้ น พ อ ดี แ บ บ ส บ า ย ๆ ข้ อ เ ท้า ไ ม่ ต ก หรือ ลอยจากพื้น น้ำหนักตัว ลงที่กลางก้น ทั้งสองข้าง เท่าๆ กัน ยืดลำตัว ดึงสะบัก และ ผลักหัวไหล่ ไปด้านหลัง เบาๆ อาจใช้หมอน ดันที่บั้นเอว เพื่อให้ หลังช่วงล่าง แอ่นเล็กน้อย หรือ อ า จ พิ ง พ นั ก ไ ป เ ล ย ห า ก พ นั ก เ ก้ า อี้ ไ ม่ เ อ น ม า ก เ กิ น ไ ป องศาโดยประมาณ ที่เหมาะสม ควรเอน ไปด้านหลัง ประมาณ 15-20 องศา
เวลานั่งทำงานใช้คอมพิวเตอร์ ข้อมือ ต้องอยู่ระดับเดียว กับข้อศอก หากเก้าอี้ มีที่พักแขน ก็ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อ ไม่ต้องทำงานหนัก มากเกินไป ท่านั่งบางท่า ส่ ง ผ ล ทำ ใ ห้ โ ค ร ง ส ร้ า ง ร่ า ง ก า ย เ สี ย ส ม ดุ ล ไ ด้ และ ในระยะยาว ก็ทำให้เป็นโรคร้ายแรง ได้ เช่น การนั่งไขว่ห้าง ทำให้กระดูกสันหลังคด เสี่ยงต่อ หมอนรองกระดูก การนั่งหลังค่อม ไหล่งุ้ม คอยื่น มีผลทำให้ หมอนรองกระดูกเสื่อม ทับเส้นประสาท อาจทำให้ อ่อนแรง-ชาที่มือ ปวดคอเรื้อรัง มี ผ ล ทำ ใ ห้ ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ป อ ด แ ล ะ หั ว ใ จ ไ ม่ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ฯลฯ
3. ท่านอน เวลานอน เป็นเวลาที่ร่างกาย ได้ผ่อนคลาย มากที่สุด และ เป็นเวลาที่ ร่างกาย ได้ซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอ การอยู่ในท่านอน ที่ถูกต้อง ก็ เ ป็ น ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ ร่ า ง ก า ย ไ ด้ ผ่ อ น ค ล า ย แ ล ะ ซ่ อ ม แ ซ ม ตั ว เ อ ง ได้ดีด้วย ท่านอนที่ถูกต้อง และทำให้ โครงสร้างระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ผ่อนคลาย คือ ท่านอนหงาย มีหมอนรองใต้เข่า หมอนหนุนศีรษะ ต้องหนุนใต้หัวไหล่ เล็กน้อย ศีรษะต้องอยู่แนวเดียว กันกับลำตัว ที่นอน ก็ต้องไม่นิ่ม จนเกินไป การนอนตะแคงนั้น อาจเหมาะสมสำหรับบางท่าน ที่มีปัญหา เรื่องการหายใจ แต่สำหรับ ในทางโครงสร้างร่างกายแล้ว การนอนตะแคง จ ะ ทำ ใ ห้ น้ำ ห นั ก ตั ว ก ด ทั บ หั ว ไ ห ล่ ค อ ด้ า น ที่ น อ น ทั บ จ ะ พั บ ก ด ก า ร ไ ห ล เ วี ย น ข อ ง เ ลื อ ด แ ล ะ เ ส้ น ป ร ะ ส า ท มักพบว่า คนไข้ ที่มีอาการปวดไหล่ ไหล่ติด ปวดคอด้านเดียว หันคอไม่ได้ หรือที่เรียก อาการคอตกหมอน ปวดร้าวลงแขน แขนชา มากกว่า 80% มักมาจาก การนอนตะแคง จนคุ้นชิน ดังนั้น การฝึกนอน ในท่านอนหงาย ก็เป็นการช่วยป้องกัน อาการปวดไหล่ ปวดคอ ได้
4. ท่าเดิน ปกติ การเดิน ต้องอาศัยความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา และสะโพก เพื่อให้เกิด การเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง และ เหมาะสม การเดิน ที่ใช้กล้ามเนื้อ ไม่ถูกส่วน นั้น มักมีผลทำให้ มีแรงกระแทก ต่อข้อต่อกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า ซึ่งนานวันเข้า มั ก จ ะ ทำ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ สื่ อ ม ข อ ง ข้ อ ต่ อ ต่ า ง ๆ ก่ อ น ถึ ง วั ย อั น ค ว ร หลายท่าน มักมีคำถามว่า ทำไม น้ำหนักตัวไม่มาก ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ เข่ากระแทก แต่ทำไมเข่าถึงเสื่อม ?? ซึ่งก็จะหาคำตอบ ให้ตนเองไม่ได้ หรือบางคน มักข้อเท้าแพลง ข้อเท้าพลิก บ่อย ๆ โดยที่ ปั จ จั ย ไ ม่ ค ว ร เ กิ ด แ ต่ ก็ เ กิ ด ขึ้ น เ ห ล่ า นี้ ถื อ เ ป็ น การเดินที่ใช้กล้ามเนื้อ ผิดมัด ในการเดิน นั่นเอง
การเดินที่ถูกนั้น สังเกตง่าย ๆ คือ ตอนลงน้ำหนักขาด้านไหน กล้ามเนื้อขาด้านนั้น ต้องหดตัว
ท่าง่ายๆ เพื่อฝึกเดินให้ถูกต้อง ให้ฝึก ขมิบก้น-แขม่วท้อง ยืดตัวตรง ให้รู้สึก เหมือนร่างกาย ถูกดึงขึ้น ด้านบน เหมือน กำลังลอยจากพื้น ขณะก้าวเดิน จ ะ ก ร ะ ตุ้ น ก า ร ทำ ง า น ข อ ง ก ล้ า ม เ นื้ อ แ ก น ก ล า ง ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง ทำให้ ลดแรงกระแทก ตามข้อต่อต่าง ๆ ได้ ส่วนรูปแบบการเดิน ที่ถูกต้องนั้น เริ่มต้นจาก การลงน้ำหนัก ที่เท้า แล้วค่อยๆ ถ่ายน้ำหนัก มาตรงกลางเท้า และ ปลายเท้า แล้วค่อยยกเท้าลอย ต อ น ที่ ล ง น้ำ ห นั ก ข า นั้ น เ ป็ น ช่ ว ง ที่ ต้ อ ง ข มิ บ ก้ น ไ ว้ เพื่อให้สะโพก ไม่บิดเกินไป
ลองปรับท่าต่างๆ ให้ถูกต้องดู แล้วจะสังเกตเห็น ความเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย ในทางที่ดีขึ้น


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น